




ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร เป็นสถานที่ฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ของคณะสงฆ์ เพื่อที่จะสร้างพระวิปัสสนาจารย์ที่จะได้นำไปเผยแผ่ สอนวิปัสสนากรรมฐานให้ญาติโยมและประชาชนทั่วไป ที่มีความสนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน รับผู้มีความสนใจในการที่จะเป็นพระวิปัสสนาจารย์ นำความรู้ ไปเผยแผ่อบรม ญาติโยม ที่มีความสนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในแนวสติปัฏฐาน ๔ ตามหลักสูตรของพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาจารย์ หนเหนือ อดีตเจ้าสำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร โดยรับสมัคร พระสงฆ์ทั่วประเทศรวมสามหลักสูตร คือ
(๑.) หลักสูตร ๑๒๐ วัน รับผู้ที่ผ่านการอบรมเคยผ่านหลักสูตร ๙๐ วัน ของศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ภาคเหนือ มาแล้ว
(๒.) หลักสูตร ๙๐ วัน รับผู้ที่ผ่านการอบรม เคยผ่านหลักสูตร ๔๕ วัน ของศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ มาแล้ว
(๓.) หลักสูตร ๔๕ วัน สำหรับผู้ที่มาเข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ เป็นครั้งแรก
หลักสูตร ๔๕ วัน สำหรับผู้ที่มาเข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ เป็นครั้งแรก
หลักสูตร ๙๐ วัน รับผู้ที่ผ่านการอบรม เคยผ่านหลักสูตร ๔๕ วัน ของศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ มาแล้ว
(๑.) หลักสูตร ๑๒๐ วัน รับผู้ที่ผ่านการอบรมเคยผ่านหลักสูตร ๙๐ วัน ของศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ภาคเหนือ มาแล้ว
สำหรับผู้เข้าอบรม ที่ไม่ใช่เป็นเจ้าอาวาสต้องมีให้สือรับรอง หรือหนังสือส่งตัวเข้าอบรมจากเจ้าอาวาส ในสังกัดวัดปัจจุบัน
ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสารทั้งหลายทางคือสติปัฐานทั้งสี่นี้
เป็นเป็นทางสายเดียวที่เป็นไปพร้อมเพื่อความบริสุทธ์หมดจด
ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อความก้าวล่วงความเศร้าโศกเสียใจพิไรรำพันเพื่อดับทุกข์ดับโทมนัสส
เพื่อบรรลุมรรคผลนิพานดังนี้
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถํ คมาย ยายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย
ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ


ขออนุโมทนาสาธุกับครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายที่ได้มาวิปัสสนากรรมฐานกันอยู่ ณ ที่นี้ ที่พวกเราได้มาปฏิบัติกันอยู่นี้ ถ้าหากพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ พระพุทธองค์ก็จะต้องเสด็จมาทรงอนุโมทนาอย่างแน่นอนถึงแม้พระพุทธองค์จะปรินิพพานไปแล้ว แต่ก็ยังได้ฝากคำสุดดีเอาไว้กับพระอานนท์ซึ่งมีภาษาบาลีว่า โย โข อานนฺท ภิกฺขุ วา อุปาสโก วา อุปาสิกา วา ธมฺมานุธมมปฏิปนฺโน อนุธมุมจารี โส ตถาคตํ สกุกโรติ ดรุกโรติ มาเนติ ปูเชติ ปรมาย ปูชาย ซึ่งแปลว่า ดูก่อนอานนท์ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เหล่าใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมปฏิบัติชอบยิ่ง ปฏิบัติตามธรรมอยู่ถือว่าสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเราตถาคต ด้วยการบูชาอย่างสูงบัดนี้ ขอให้ครูบาอาจารย์ทุกท่านตั้งใจปฏิบัติ สนองพระดำริและความปรารถนาดีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้ทุกคนมีความพยายามให้ตั้งใจ วางประโยชน์ส่วนตนอันถือเป็นเรื่องเล็กน้อย เพื่อมุ่งสู่ประโยชน์ส่วนรวม อันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ความสุขก่อนหน้านั้นมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ฯลฯ
เพราะฉะนั้นหลักสูตรแห่งสติปัฏฐาน ๔ นี้ มีความสำคัญมาก ไม่ได้ในชาติก็จะได้ในชาติต่อไป อันนี้ก็ขอให้ทุกคนปฏิบัติไป และให้อุ่นใจในการมาปฏิบัตินี้ด้วยอำนาจแห่งบุญบารมี ที่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้สะสมอบรมมา ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติก็ขอจงเป็น พลวปัจจัย ให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ไม่ได้ในชาตินี้ก็ขอให้ได้ในชาติต่อไป ในชาตินี้ไม่ได้ก็ขอให้มีความสุขในรสพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดกาลนิจ ขอให้สถิตย์มั่นอยู่ในสัจธรรมขอนำตนพันทุกข์ประสบสุข อันไพบูลย์ กล่าวคือมรรคผลนิพพาน ด้วยกันทุกท่านและทุกคนเทอญ.
พระพรหมมงคล
-----------
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์


การที่ท่านวิปัสสนาจารย์ทั้งหลายที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่าของแต่ละท่าน มาร่วมประชุมสัมมนา ในเชิงปฏิบัติการวิปัสสนากรรมฐาน และก็ขออนุโมทนาบุญกับ โยคีทั้งหลายทั้งชายหญิงที่ไม่ปล่อยกาลเวลาให้กลืนกินชีวิตตัวเองจากประโยชน์ เมื่อมีโอกาสแล้วก็มา ประพฤติปฏิบัติที่ทางหนังสือได้กล่าวเอาไว้ว่า ชั่วขณะจิตเดียว ก็เรียกว่า ได้บุญกุศล ขณะจิตเดียวของเรานั้น ท่านเปรียบเทียบเอาไว้ว่า สายฟ้าแลบก็ยังช้ากว่า ขณะจิตของเรา และเสียงฟ้าร้อง ก็ยังช้ากว่า ขณะจิตของเรา เพราะฉะนั้น การฝึกวิปัสสนานั้น ก็เรียกว่า ฝึก การกำหนดจิต และหยุดจิต ไม่ให้ซัดซ่ายไปในอารมณ์ต่างๆ ได้ชั่วขณะจิตเดียวนั้น ที่ โบราณกล่าวไว้ว่า “ไก่กระพือปีก งูแลบลิ้น ช้างกระดิกหู” ก็ ยังสู้ขณะจิตเดียวของเราไม่ได้ ดังนั้น ท่านวิปัสสนาจารย์ทั้งหลายได้ฝึกฝน ในกฎระเบียบต่างๆ แล้วก็มากำหนด วาระจิต ของแต่ละท่านๆ ตามแนวมหาสติปัฏฐาน ในเรื่องของการอบรมจิตภาวนา อบรมใจของตนเอง เพื่อให้ใจของตนเองนั้นไม่กระสับกระส่ายกระเสือกกระสน ดิ้นรน ดังที่ท่านกล่าวว่า ผนฺธนํ จปลํ จิตฺตํ ทุรกฺขํ ทูรงฺคมํ เอกจรํ เมื่อใจของเรานั้น ผนฺธนํ ดิ้นรน จปลํ กวัดแกว่ง ทูรงฺคมํ เที่ยวไปได้ไกล เอกจรํ ดวงเดียวโดดเดี่ยว ฉะนั้นใจของเราดิ้นรนทำให้ใจของเราไม่ดิ้นรนได้ดังที่อาตมาได้กล่าวไว้ว่าแค่ “ไก่กระพือปี งูแลบลิ้น ช้างกระดิกหู”จิตของเราเป็นสมาธิเพียงแค่นี้ไม่กระเสือกกระสน ไม่ดิ้นรนไปในอารมณ์อื่น ก็เป็นบุญเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้กล่าวไว้ว่า ถ้าทำใจให้สงบนิ่งแน่แน่วเพียงชั่วขณะจิตเดียวก็สามารถสร้างสวรรค์สมบัติ และสร้างปัจจัยแห่งนิพพานได้ แต่นี่ท่านทั้งหลายที่ ๙๐ กว่ารูป และอุบาสก อุบาสิกา ได้มาประพฤติปฏิบัติมีข้อกำหนดว่า ๔๕ วัน คือ เดือนครึ่ง ก็นับว่า เป็นบุญลาภอันประเสริฐของท่านทั้งหลาย เพราะฉะนั้น การที่ท่านทั้งหลายได้มาเข้าอบรม และทำการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ก็เป็นที่น่าอนุโมทนาสาธุการเป็นอย่างยิ่งเพราะพระกรรมฐานเท่านั้นจะเป็น อากรบ่อเกิดแห่งบุญกิริยาทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็น กายกรรม วจีกรรม หรือมโนกรรม ขออนุโมทนากับท่านทั้งหลายที่มาอบรมวิปัสสนาจารย์ระยะเวลาเดือนครึ่งนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายเมื่อได้รับการฝึกฝนอบรมแนะแนวทางจากวิทยากรแล้ว ก็นำไป เบื้องต้น อตฺตานํ โจทยตฺตานํ จงเตือนตน ด้วยตนเองก่อน หลังจากนั้นก็เอาไปสอนคนอื่นต่อไป หรือภิกษุอื่นได้ต่อไป
พระวิสุทธิวงศาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยการก่อตั้งของ พระเดชพระคุณ พระพรหมมงคล (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร, อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๗ , อดีตเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ ๑ มีความประสงค์มุ่งเน้นในการฝึกอบรม และ ผลิตพระวิปัสสนาจารย์ อาจารย์สอนวิปัสสนาจารย์กรรมฐาน) ที่ดี มีลักษณะของการเป็นนักเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ดี มีองค์ของกัลยาณมิตร เป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ และยึดหลักแก่นของพระพุทธศาสนาซึ่งก็คือการเรียนรู้หลักการฝึกจิตใจของตนให้สะอาดผ่องใส โดยวิถีแห่งการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในแนวสติปัฏฐาน ๔ ทั้งนี้ผู้เข้าอบรมจะต้องมีความสามารถในการสั่งสอน อบรม แนะนำ ผู้ที่มีความสนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้ ซึ่งวิปัสสนากรรมฐานนั้นเป็นแนวทางที่สำคัญสามารถยกระดับจิตใจของผู้ฝึกให้หยั่งรากลึกถึงแก่นพุทธธรรมแล้วน้อมนำเข้ามาในวิถีชีวิตให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ไปได้ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ นี้ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ของมหาเถรสมาคม ร่วมกับ คณะสงฆ์ภาค ๗ และ ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ได้ดำเนินการโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ รุ่นที่ ๑๔ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ และเป็นการส่งเสริมให้พระภิกษุผู้สนใจได้เรียนรู้วิถีแห่งการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้าได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน และให้ผู้เข้าอบรมในโครงการ ได้มีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกัมมัฏฐานตามหลักสติปัฏฐานสูตรได้อย่างถูกต้องสืบต่อไป ในการนี้ จึงขออนุโมทนาต่อศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทอง อันมีท่านเจ้าคุณพระสุวรรณเมธี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ท่านเจ้าคุณพระศรีศิลปาจารย์ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ, ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ตลอดจนถึงพระเถรานุเถระคณะพระวิปัสสนาจารย์ ที่ได้เสียสละทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในอันช่วยดำเนินโครงการอบรมในคราวครั้งนี้ และขออนุโมทนาผู้เข้าอบรมโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ทุกรูป ตลอดจนถึงคณะศรัทธา ประชาชน พุทธศาสนิกชนที่ได้รวมกันสละกำลังทรัพย์ในการอุปถัมภ์ภัตตาหารและน้ำปานะ ตลอดจนถึงอำนวยความสะดวกอื่นๆ ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย ตลอดจนอำนาจบุญบารมีแห่งองค์พระบรมธาตุศรีจอมทอง บารมีแห่งพระพรหมมงคล (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) จงปกป้องคุ้มครอง ขอให้ท่านทั้งหลายได้เข้าถึงธรรมแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรารถนาสิ่งใดซึ่งเป็นไปโดยชอบ ขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งนั้นทุกประการ เทอญ
พระพรหมโมลี


ขอถวายความเคารพอย่างสูงยิ่งแด่หลวงพ่อพระพรหมมงคล (ทอง สิริมงฺคลมหาเถระ) ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผมอย่างยิ่ง ขออนุโมทนากับสำนักปฏิบัติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คือ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ขออนุโมทนาผู้เข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นชั้นเทพ ได้มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ พระพรหมมงคล ตอนนั้นเป็นพระราช พระราชพรหมาจารย์ เจ้าคณะอำเภอฮอด ทั้งนี้การปฏิบัติวิปัสสนาจารย์พระศรีศิลปาจารย์ เป็นหลักแม้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสก็เป็นกำลังสำคัญของวัดพระธาตุศรีจอมทอง ผมมาปฏิบัติเมื่อปี ๒๕๔๘ สมัยนั้นหลวงพ่อทอง เป็นเจ้าคณะอำเภอฮอด เป็นพระราชาคณะชั้นราช ผมเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ เป็นรองภาค ถ้าในสายงาน ก็เป็นผู้บังคับบัญชาของหลวงพ่อทอง แต่ตำแหน่งนั้นผมทิ้งไว้หน้าวัดไม่ได้เอามา มากราบขอฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อทอง อันนี้ที่ผมเล่า ก็เล่าเพื่อให้พวกเรามี กำลังใจแล้วทำอะไรก็ทำให้มันจริงๆ ไม่ใช่สักว่า ทำ เมื่อมาแล้วต้องละทิฐิทุกอย่างหมด ความสุขสบายต้องละให้หมด ลาภสักการะต้องละให้หมด ผมปิดโทรศัพท์มือถือ ไม่ติดต่อใคร มาอยู่อีกโลกหนึ่งเป็นโลกส่วนตัวของเราเป็นโลกทางธรรม กิจนิมนต์ทิ้งหมด ต้องละทิฐิ ความถือตัว ต้องละให้หมดทุกอย่างมาฝากตัว เป็นลูกศิษย์ ของหลวงพ่อทอง และต้องศึกษาให้ถ่องแท้ เรียนแล้วนำมาปฏิบัติ เพื่อไปสอนญาติโยม ให้อะไรญาติโยมนี่ สู้ให้ธรรมะแก่ญาติโยมไม่ได้ ให้ธรรมะ ก็อย่าไปหวังลาภยศ ทรัพย์สินของโยมก็ไม่ถูกมันเป็นการรับจ้าง ศรัทธานี้สำคัญ เมื่อเราจะเป็นพระวิปัสสนา เราต้องปฏิบัติตัวเองเราเองให้ได้ก่อน สอนตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะไปสอนคนอื่น ถ้าตราบใดยังสอนตัวเองไม่ได้ อย่าไปสอนคนอื่น สอนก็จะสอนผิดๆ ถูกๆ ให้ดูหลวงพ่อทองเราเป็นแบบอย่าง ท่านมาอยู่จุดนี้ได้ และก็ท่านเอาธรรมะ สอนธรรมะล้วนๆ ไม่มีอะไรเข้ามาเลย อย่างอื่นจะตามมา การที่เราทำอะไร ทำด้วยจิตบริสุทธิ์ อย่าแอบแฝงอะไรเข้าไปญาติโยมก็จะได้รับผลดี ดีต่อเราด้วย และก็จะเป็นการดำรงพระพุทธศาสนา สืบอายุพระพุทธศาสนาให้เป็นประโยชน์ เกื้อกูนและความสุข ดังที่พระองค์ให้ แนวแก่พระธรรมทูตชุดแรก ว่า จรถ ภิกขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย อตฺถาย สุขาย เทวมนุสสานํ หลักของสังคม สงเคราะห์ ก็คือ อตฺถ หิต สุข มุ่งตรงนั้น มุ่งประโยชน์ ไม่ใช่มุ่งเพื่อลาภผลตัวเอง เกียรติยศตัวเอง ถ้าวิปัสสนาจารย์มีอุดมคติแบบนี้ เราก็จะเผยแผ่หลักธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูนแก่ญาติโยมได้เรานักปฏิบัติกินน้อย นอนน้อย แล้วอย่าไปคลุกคลี อย่าไปคุยกันเด็ดขาด หลีกได้หลีก เลี่ยงได้เลี่ยง ปลีกวิเวก อย่าไปคุยกัน ทำหน้าที่ของตนให้เต็มที่ ๔๕ วันก็จะได้ความรู้ อะไร เพิ่มเสริม และได้กลับไปเป็นวิปัสสนาจารย์ เพื่อสั่งสอนภิกษุสามเณร ญาติโยม สืบอายุพระพุทธศาสนา เป็นบุญเป็นกุศล สืบไป ขออนุโมทนา และของกราบขอบพระคุณหลวงพ่อในความเมตตาที่ได้เสียสละ ทั้งทรัพย์ สติปัญญา สถานที่สัปปายะ อาหารสัปปายะ ธรรมสัปปายะ บุคคลสัปปายะ ทุกอย่างทุ่มเทให้แก่พระวิปัสสนาจารย์และฆราวาสผู้มาทวนญาณและศึกษาเพิ่มเติมนี้ หลวงพ่อได้เมตตากับพวกเราก็เพื่อ ประโยชน์สุขแก่พวกเราและพระพุทธศาสนา สืบพระศาสนา ให้ ยาวตราบเท่าห้าพันปี ให้ดูหลวงพ่อเป็นแบบอย่าง กราบขอบพระคุณ และขอให้กำลังใจกับพวกเราให้ประพฤติปฏิบัติให้เต็มกำลังความสามารถและมีสุขภาพ พลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ บรรลุสิ่งที่เรามุ่งหวัง โดยชอบ ธรรม ด้วยกันทุกคนทุกท่านเทอญ
พระพรหมเสนาบดี
ตามที่ศุนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อันเกิดขึ้นโดยการดำริและก่อตั้งของพระเดชพระคุณ พระพรหมมงคล (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) มีความมุ่งหมายที่จะฝึกอบรมและผลิตพระวิปัสสนาจารย์ (อาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐาน) ที่มีคุณภาพเป็นนักเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้งกายและใจ เป็นกัลยาณมิตร มีความรู้ ความเข้าใจ และยึดมั่นในหลักธรรมแก่นสารของพระพุทธศาสนา ซึ่งก็คือ การเรียนรู้และฝึกจิตใจให้สะอาด ผ่องใส ด้วยวิถีแห่งการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการฝึกฝนให้มีความสามารถในการสั่งสอน แนะนำ และอบรมผู้สนใจให้เข้าถึงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้อย่างถูกต้อง วิปัสสนากรรมฐานเป็นแนวทางสำคัญที่สามารถยกระดับจิตใจ ของผู้ปฏิบัติให้เข้าถึงแก่นพุทธธรรม และน้อมนำมาประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิต เพื่อก้าวข้ามมอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ไปได้ ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ นี้ศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติมหาเถรสมาคม ร่วมกับคณะสงฆ์ภาค ๗ และ ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ได้จัดโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ รุ่นที่ ๑๕ ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้พระภิกษุผู้มีความสนใจได้เรียนรู้วิถีแห่งการเผยแผ่พระธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน และเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนเพิ่มพูนประสบการณ์ในการปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐานสูตรอย่างถูกต้องต่อไป ในการนี้ ข้าพเจ้าขออนุโมทนากับศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร โดยมี ท่านเจ้าคุณพระศรีศิลปาจารย์ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส คณะพระเถรานุเถระ คณาจารย์ผู้ทำหน้าที่พระวิปัสสนาจารย์ ที่ได้เสียสละกำลังกาย กำลังใจ อุทิศตนดำเนินโครงการอบรมในครั้งนี้ด้วยความเพียรวิริยะ และขออนุโมทนากับพระภิกษุผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน ตลอดจนคณะศรัทธา ประชาชน พุทธศาสนิกชนที่ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ อุปถัมภ์ภัตตาหาร น้ำปานะ รวมถึงอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย อำนาจบารมีพระบรมธาตุเจ้าจอมทอง และบารมีพระเดชพระคุณ พระพรหมมงคล (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) จงปกป้องคุ้มครอง ขอให้ท่านทั้งหลายได้เข้าถึงธรรมอันประเสริฐแห่งองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรารถนาสิ่งใดอันชอบธรรม ขอจงสัมฤทธิ์ผลสมดังปรารถนาทุกประการ เทอญ.
พระธรรมเสนาบดี


ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร เป็นสถานที่ฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ของคณะสงฆ์ เพื่อที่จะสร้างพระวิปัสสนาจารย์ที่จะได้นำไปเผยแผ่ สอนวิปัสสนากรรมฐานให้ญาติโยม และประชาชนทั่วไป ที่มีความสนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ทางศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ ได้จัดอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ทุกปีเพื่อรับผู้มีความสนใจในการที่จะเป็นพระวิปัสสนาจารย์ และนำความรู้ ไปเผยแผ่อบรม ญาติโยม ที่มีความสนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในแนวสติปัฏฐาน ๔ ตามหลักสูตรพระเดชพระคุณ พระพรหมมงคล (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาจารย์ หนเหนือ, อดีตเจ้าสำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร โดยรับสมัคร พระสงฆ์ทั่วประเทศ รวม ๓ หลักสูตรต่อเนื่อง คือ ๑. หลักสูตร ๑๒๐ วัน รับผู้ที่ผ่านการอบรม เคยผ่านหลักสูตร ๙๐ วัน ของศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ มาแล้ว ๒. หลักสูตร ๙๐ วัน รับผู้ที่ผ่านการอบรม เคยผ่านหลักสูตร ๔๕ วัน ของศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือแล้ว ๓. หลักสูตร ๔๕ วัน สำหรับผู้ที่มาเข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ เป็นครั้งแรก การอบรมทั้งหมด ๔๕ วัน ได้รับความสนใจจากพระสงฆ์ทั่วประเทศ ในการที่จะเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้ารับการอบรมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ และได้รับความอุปถัมภ์จากคณะศิษยานุศิษย์พระเดชพระคุณ พระพรหมมงคล ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดถวายภัตตาหาร น้ำปานะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอด ๔๕ วัน
พระศรีศิลปาจารย์

พระศรีศิลปาจารย์
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์ ภาคเหนือ
ผู้อำนวยการสำนักงานวิปัสสนากรรมฐาน
วัดพระธาตุศรีจอมทองเชียงใหม่

พระภาวนาธรรมาภิรัช วิ.
พระวิปัสสนาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์

พระมหากฤษดา ฐิตปญฺโญ
พระวิปัสสนาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์

พระภาวนาวชิรากร วิ.
พระวิปัสสนาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์

พระมหาพฤฒิ ปภสฺสโร
พระวิปัสสนาจา รย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์

พระครูโสภณสุวรรณาทร วิ.
พระวิปัสสนาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์

พระครูพุทธิธรรมวิเทศ วิ.
พระวิปัสสนาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์

พระครูอาทรสมาธิวัตร วิ.
พระวิปัสสนาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์

พระอาจารย์ศิริพล ปณฺฑิโต
พระวิปัสสนาจารย์
ศูนย์ศึกษาพระวิปัสสนาจารย์


ประธานรุ่น ๘ ปี ๒๕๖๐
พระครูหิรัญศุภธาดา
วัดแม่ฮ้อยเงิน เชียงใหม่
_edited.jpg)
ประธานรุ่น ๙ ปี ๒๕๖๑
พระมหาสิทธิชัย ชยสิทฺธิ ป.ธ.๙
วัดพระธาตุช่อแฮ แพร่
_edited.jpg)
ประธานรุ่น ๑๐ ปี ๒๕๖๒
พระโกศัยเจติยารักษ์
วัดพระธาตุช่อแฮ แพร่

ประธานรุ่น ๑๑ ปี ๒๕๖๔
พระครูวิสิฐสุตานุกูล
วัดนิวาสสถาน เชียงใหม่

ประธานรุ่น ๑๒ ปี ๒๕๖๕
พระชยานันทมุนี
วัดพระธาตุแช่แห้ง

ประธานรุ่น ๑๓ ปี ๒๕๖๖
พระครูนันทชัยคุณ
วัดรัชดา น่าน

ประธานรุ่น ๑๔ ปี ๒๕๖๗
พระเมธีวชิรคุณ ดร.
ศูนย์วิปัสสนาวิสุทธิมรรค

ประธานรุ่น ๑๕ ปี ๒๕๖๘
พระครูบรรพตขันตยานุยุต
วัดทาดอยคำ ลำพูน

เกี่ยวกับเรา
กฎระเบียบ
กิจกรรมที่จัดอย่างต่อเนื่อง
สถานที่ปฏิบัติธรรม
วัดพระธาตุศรีจอมทอง
สำนักวิปัสสนากรรมฐาน
Thailand Vipassana Insight Meditation
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
บุคคลากร
การพัฒนา
ตามรอยหลวงปู่ทอง
การเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
การเข้าอบรมวิปัสสนาจารย์
การเข้าอุปสมบท
การเข้าศึกษาศึกนักเรียน
สรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าจอมทอง
โครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์
ปฏิบัติธรรมทุกวันเสาร์
บำเพ็ญกุศลบูชาคุณหลวงปู่
วันกตัญญูบูรพาจารย์
วันชาตกาลพระพรหมมงคล
ทอดกฐินตามรอยหลวงปู่
บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
สระเกล้าดำหัวหลวงปู่
อาคารพระสัทธรรมเทพสิทธาจารย์รังสฤษฏ์
มหาศาลาหทัยนเรศวร์
ธรรมศาลา
ศาลาธรรมสามัคคี
ศาลาบาตร
ศาลา 100 ปี พระพรหมมงคล
ศาลาจตุรมุข
Connect with us
Watchomtong - Vipasanna Insight Meditation Center © 2023 | Phone: +66 53 342184 Ext. 11 | Whatsapp +66 98 9922995 | Google Map

.jpg)



